สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับการทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายตำแหน่งทูตพิเศษโครงการขจัดความหิวโหยให้หมดไป ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organisation: FAO) เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดงานวันอาหารโลก ประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2559 ณ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ สำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กรุงเทพมหานคร
องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations หรือ FAO) เป็นหน่วยงานพิเศษของสหประชาชาติที่มีเป้าหมายในการพัฒนามาตรฐานอาหารและสารอาหาร รวบรวม วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านโภชนาการ อาหาร การเกษตร ป่าไม้และประมง ให้ประเทศต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายการเกษตร โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักของประเทศไทย ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลด้านการเกษตร โดยเฉพาะด้านการผลิต ตามการร้องขอของ FAO เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์และเผยแพร่ต่อไป โดยที่ผ่านมาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้ตอบแบบสอบถามของ FAO ในเรื่องปุ๋ย ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญสำหรับภาคเกษตร รวมถึงพยายามลดปริมาณผู้ยากไร้ขาดอาหาร
โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 09.05 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปยังองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เขตพระนคร ทรงเปิดงานวันอาหารโลก ประจำปี 2559 ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ตุลาคมของทุกปี เพื่อให้ประชาชนหันมาสนใจถึงสถานะของประชากรโลกเกือบ 800 ล้านคนที่กำลังเผชิญกับความอดอยาก และการขาดสารอาหาร พร้อมกันนี้ ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันยืนแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย
งานวันอาหารโลกปีนี้มีคำขวัญว่า "วิถีเกษตรต้องเปลี่ยนแปลง ตามสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป" เพื่อให้ประเทศสมาชิกตระหนักรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นตัวคุกคามเบื้องต้นต่อความมั่นคงด้านอาหาร เพียงอุณหภูมิที่สูงขึ้น หรือฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อความสามารถในการผลิตอาหารของมนุษย์
ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายตำแหน่งทูตพิเศษโครงการขจัดความหิวโหยให้หมดไป โดย FAO ระบุว่า การขจัดความหิวโหยทั่วโลกให้หมดสิ้นไปภายในปี 2030 นั้น ถือเป็นเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงดำเนินโครงการต่างๆจำนวนมาก เพื่อขจัดความหิวโหยและแก้ปัญหาด้านภาวะโภชนาการในประเทศไทย และในอีกหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น บังกลาเทศ ภูฏาน ลาว กัมพูชา และติมอร์ เลสเต จึงเห็นสมควรถวายตำแหน่งทูตพิเศษดังกล่าว ซึ่งก็ทรงตอบรับด้วยความยินดียิ่ง
ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ FAO ระบุว่า การที่ทรงตอบรับตำแหน่งทูตพิเศษเพื่อการขจัดความหิวโหย จะส่งผลให้บรรดาผู้นำประเทศ และประชาชนทั่วไปมีความตระหนักเพิ่มขึ้น ในการร่วมมือกันทำให้โลกปราศจากความหิวโหยภายในชั่วอายุคนนี้
จากนั้น พระราชทานรางวัลแก่เกษตรกรตัวอย่างจากประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ประกอบด้วย สาธารณรัฐฟิจิ ประเทศมองโกเลีย สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และประเทศไทย รวม 5 คน
คนไทยผู้ได้รับพระราชทานรางวัลได้แก่ นายดิลก ภิญโญศรี ผู้มีผลงานโดดเด่นในการทำการเกษตรแบบยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นเกษตรกรต้นแบบในการทำไร่อ้อยในพื้นที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ด้วยการใช้รถตัดอ้อย เพื่อเก็บผลผลิตส่งโรงงานน้ำตาล แทนการเผา ปัจจุบันเกษตรกรในละแวกใกล้เคียงสนใจหันมาใช้วิธีเดียวกันนี้ นอกจากนี้ นายดิลกยังได้ปลูกฝังเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำเกษตรกรรมว่า เป็นอาชีพที่สำคัญเช่นเดียวกับอาชีพอื่น สามารถหาเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้ แล้วทรงฟังการแสดงปาฐกถาพิเศษจากนางมาเรีย คาร์เมลา ลอคซิน ผู้อำนวยการแผนกการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB)