บันดาร์เสรีเบงกาวัน - 2 ธันวาคม 2559 – นับว่าเป็นอีกความสำเร็จหนึ่งของอาเซียนที่ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลไกการตอบสนองภัยพิบัติฉุกเฉินของอาเซียน โดยใช้การฝึกซ้อมแผนเผชิญภัยพิบัติฉุกเฉินในภูมิภาคอาเซียน หรือ ASEAN Regional Disaster Emergency Response Simulation Exercise 2016 (ARDEX-16). โดยการฝึกซ้อมแผนเผชิญภัยพิบัติฉุกเฉินในภูมิภาคอาเซียนครั้งนี้จัดขึ้นระหว่าง 29 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559 มีศูนย์การจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม และศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ รับเป็นเจ้าภาพ
ARDEX-16 ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญในการฝึกฝน การประเมิน การตรวจสอบขั้นตอนและการดำเนินการจัดการต่อภัยพิบัติ เพื่อปรับปรุงกลไกการจัดการภัยพิบัติของอาเซียน ส่วนในระดับปฏิบัติการ ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทดสอบกลไกการประสานงานระหว่างศูนย์การจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศบรูไนดารุสซาลาม กับการดำเนินงานศูนย์ประสานงานร่วมกันของอาเซียน ร่วมกับหน่วยงานด้านมนุษยธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สำนักงานสหประชาชาติเพื่อการประสานงานกิจการด้านมนุษยธรรม เป็นต้น
“การปฏิบัติการในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถทั้งในการลงมือปฏิบัติการสั่งการและการประสานงาน ในการให้ความช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย ของผู้เข้าร่วมอบรมจากประเทศสมาชิกอาเซียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากสหประชาชาติหรือองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ” นาย Haji Awang Abu Bakar bin Haji Apong รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของประเทศบรูไนกล่าว
นาย Le Luong Minh  เลขาธิการอาเซียนได้เสริมอีกว่า “ARDEX จะทดสอบและประเมินกลไกร่วมกันที่เกี่ยวข้องกับการโต้ตอบเหตุฉุกเฉินและการจัดการภัยพิบัติ โดยจะแสดงให้เห็นถึงจุดแข็งในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินร่วมกัน และข้อบกพร่องของเรา ประการสำคัญที่สุด ARDEX ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบและตรวจสอบการประสานงานระหว่างสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และ ศูนย์ประสานงานการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอาเซียน และเพื่อให้ความพยายามของอาเซียนในการบรรเทาภัยพิบัติและให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมีประสิทธิภาพและรวมศูนย์มากยิ่งขึ้น”
ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมในครั้งนี้ ได้แก่ กองกำลังจัดการภัยพิบัติขบรูไนดารุสซาลาม ตัวแทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน ชุดตอบโต้ของสหประชาชาติ องค์กรระหว่างประเทศและหุ้นส่วน รวมไปถึงองค์กรเอกชน เพื่อแสดงถึงการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของอาเซียนนั่นเอง