เมียนมาเข้าร่วมองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาในระดับนานาชาติ (WIPO) ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔  แต่ปัจจุบันเมียนมายังไม่มีกฎหมายคุ้มครองเครื่องหมายการค้าที่เป็นลายลักษณ์อักษร

          แนวทางปฏิบัติ คือ หากผู้ประกอบธุรกิจต้องการจะคุ้มครองเครื่องหมายการค้าของตนต้องจดทะเบียนหนังสือสำคัญ (Deeds and Assurances) กับ Office of the Registrar of Deeds and Assurances ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐเพื่อแสดงสิทธิในเครื่องหมายการค้าของผู้ประกอบธุรกิจรวมทั้งต้องลงประกาศในหนังสือพิมพ์เพื่อเป็นหลักฐาน ตามหลักผู้ใดใช้เครื่องหมายการค้าก่อนมีสิทธิดีกว่า (first-to-use) นอกจากนี้ ในขั้นตอนดำเนินคดีเมื่อมีผู้ละเมิดเครื่องหมายการค้าผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงให้เห็นว่าใช้เครื่องหมายการค้าตั้งแต่เมื่อใด ซึ่งหลักดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการใช้เครื่องหมายการค้าก่อนเป็นหลักที่ไม่ใช้กันในประเทศสมาชิกอาเซียนและทำให้เกิดความซับซ้อนในการดำเนินคดี

          ร่างกฎหมายคุ้มครองเครื่องหมายการค้าจะเปลี่ยนแปลงหลักการดังกล่าวโดยเปลี่ยนไปใช้หลักที่เป็นสากลคือผู้ใดยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนมีสิทธิดีกว่า นอกจากนี้ ร่างกฎหมายคุ้มครองเครื่องหมายการค้าจะให้ระยะเวลาการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี เมื่อครบระยะเวลา ๑๐ ปี เจ้าของสิทธิต้องยื่นต่ออายุการคุ้มครอง ในกรณีที่มีการละเมิดเครื่องหมายการค้าเจ้าของกรรมสิทธิ์สามารถยื่นฟ้องได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

          ทั้งนี้ ในขั้นตอนการยื่นจดทะเบียนคุ้มครองเครื่องหมายการค้าหากบุคคลหรือนิติบุคคลมีภูมิลำเนาอยู่นอกประเทศเมียนมาต้องดำเนินการผ่านตัวแทนซึ่งภูมิลำเนาอยู่ในประเทศเมียนมา และส่วนบุคคลที่มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าตามแนวทางปฏิบัติปัจจุบันเมื่อกฎหมายใหม่ใช้บังคับต้องยื่นจดทะเบียนต่อ Myanmar Intellectual Property Office (MIPO) เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายใหม่



แหล่งอ้างอิง
http://eurocham-myanmar.org/post/27/Trademark-Protection-in-Myanmar-and-the-New-Draft-Trade-Mark-Law
https://www.remarksblog.com/2016/11/myanmar-draft-trade-mark-law-progress/