ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต ได้เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๐ วัตถุประสงค์ของการเยือนประเทศไทยก็เพื่อสานสัมพันธ์กับประเทศสมาชิกอาเซียนโดยที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้หารือความร่วมมือและได้ข้อสรุปกับนายกรัฐมนตรีประเทศไทยในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้

·   ความร่วมมือด้านประชาคมอาเซียน ปี ๒๕๖๐ เป็นปีที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้โอกาสเป็นประธานอาเซียนซึ่งประเทศไทยได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนให้แนวทางการพัฒนาอาเซียนโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในด้านของปัญหาทะเลจีนใต้ทั้งสองประเทศเห็นว่าการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงรวมถึงการเคารพในเสรีภาพของเส้นทางเดินเรือ และการบินผ่านทะเลจีนใต้เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทุกประเทศทั้งในและนอกภูมิภาค

·       ความร่วมมือด้านการทหาร ในปี ๒๕๕๙ ทั้งสองประเทศได้เห็นชอบร่วมกันใน TOR ความร่วมมือทางการทหารและในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้ ทั้งสองประเทศจะมีการจัดประชุมความร่วมมือทางการทหารเป็นครั้งแรก (First Meeting of the Joint Committee on Military Cooperation)

·       ความร่วมมือด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศแสดงความห่วงใยต่อภัยการก่อการร้าย การค้ามนุษย์ และความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งทั้งสองประเทศเห็นชอบร่วมกันที่จะร่วมมือกันมากขึ้นในระดับ
ทวิภาคี อาเซียน และองค์การตำรวจสากล

·       ความร่วมมือด้านการต่อต้านอาชญากรรม ผู้นำทั้งสองประเทศลงนามใน บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือต่อด้านการลักลอบค้ายาเสพติดและการควบสารเคมีที่เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ ทั้งนี้  ปัญหาเรื่องยาเสพติดเป็นปัญหาที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในระดับนโยบายประเทศและนโยบายระหว่างประเทศ

·   ความร่วมมือด้านเกษตรกรรม ทั้งสองประเทศได้ต่ออายุบันทึกความตกลงระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐฟิลิปปินส์และรัฐบาลของราชอาณาจักรไทยว่าการจัดซื้อจัดจ้างข้าวขาวของไทย นอกจากนี้  ทั้งสองประเทศได้เห็นชอบร่วมกันที่จะส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีด้านชลประทาน การทำฝนเทียม ปศุสัตว์และประมง รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีการจัดประชุมต่อไปในปี พ.ศ. ๒๕๖๑

·       ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองประเทศเห็นชอบในแนวคิด “๒ ประเทศ ๑ จุดหมายปลายทาง” โดยจะส่งเสริมการท่องเที่ยวเรือสำราญ และการเชื่อมโยงทางอากาศระหว่างจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เมืองดาเวา – กรุงเทพ

·   ความร่วมมือทางวิชาการ ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการวิจัยและพัฒนาทางวิชาการร่วม นักวิทยาศาสตร์ และผู้ทรงคุณวุฒิ เอกสารทางเทคนิคและการจัดการประชุมระหว่างกัน

·       ความร่วมมือในอนาคต เจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศจะเร่งรัดเพื่อหาข้อสรุปในความตกลง/บันทึกความเข้าให้เสร็จสิ้นภายในปี ๒๕๖๐ ซึ่งประกอบด้วย
๑.      บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา
๒.      บันทึกความเข้าใจด้านการบริการเดินอากาศ
๓.      บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ
๔.      บันทึกความเข้าใจระหว่างโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายสุขภาพ
๕.      ความตกลงว่าด้วยความช่วยเหลือกันทางการศาลในทางอาญา