นายอาฮก ผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตาซึ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่นับถือศาสนาคริสต์เป็นรายที่ ๒ นับแต่นาย Henk Ngantung (ดำรงตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๘) ได้ถูกพิพากษาลงโทษจำคุก ๒ ปี โดยศาลทางตอนเหนือของกรุงจาการ์ตา ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาเกิดจากคำปราศรัยของนายอาฮกเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยเขาได้ยกข้อความในคัมภีร์กุรอานมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการโต้เถียงของกลุ่มคนที่ชี้ชวนไม่ให้ชาวมุสลิมเลือกผู้นำชาวคริสเตียน      

ผู้บัญญัติกฎหมายทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อคำพิพากษาจำคุก ๒ ปี ในคดีหมิ่นประมาทของผู้ว่ากรุงจาการ์ตา นายบาซูกิ อาฮก จาฮาจา ปูรนามา เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

สมาชิกรัฐสภาของประเทศอินโดนีเซียและประธานสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) นาย Charles Santiago กล่าวว่า “ความไม่สบายใจต่อคำพิพากษาดังกล่าวนั้นไม่ได้มีแค่ในอินโดนีเซีย แต่มีผลทั่วภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากอินโดนีเซียเคยถูกมองเป็นผู้นำประชาธิปไตยและความเปิดกว้างในภูมิภาคนี้ แต่การตัดสินครั้งนี้ทำให้สถานะดังกล่าวสั่นคลอน และสร้างความกังวลต่ออนาคตของอินโดนีเซียในการเป็นสังคมที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลาย”
        
เขากล่าวต่อว่า “นายอาฮกตกเป็นเหยื่อของคตินิยมสุดขีด (ลัทธิสุดโต่ง) และการเมืองที่อิงกับอัตลักษณ์ทางศาสนา แม้คำตัดสินนี้มีผลกระทบต่อความยุติธรรมของปัจเจกบุคคลเพียง ๑ คนก็ตาม แต่มันเป็นชัยชนะของฝูงชนที่ยอมรับไม่ได้ถึงความแตกต่าง และเป็นลางร้ายต่อสิทธิของชนกลุ่มน้อย คำพิพากษานี้ส่งสัญญาณผิด ๆ ให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านของอินโดนีเซียในชุมชนอาเซียนในขณะที่เสรีภาพขั้นพื้นฐานรวมถึงเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการนับถือศาสนากำลังอยู่ภายใต้การคุกคามที่มากขึ้นทั่วภูมิภาค”

สภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) ได้กล่าวว่า คำตัดสินยิ่งทำให้เกิดการแบ่งแยกทางศาสนาในประเทศและเรียกร้องให้มีการตั้งข้อสงสัยกับกฎหมายที่ลงโทษร้ายแรงเกินความจำเป็นที่อนุญาตให้จำคุกไม่เกิน ๕ ปี สำหรับผู้ที่ถูกพิพากษาว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาท