พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าว
ว่า ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia – Malaysia - Thailand Growth Triangle :IMT-GT) ครั้งที่ 10 ที่ผ่านมา ในวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560 ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เสนอความคิดเพื่อจัดตั้งเครือข่ายการขนส่งข้ามพรมแดน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การค้า และความร่วมมือ
ระหว่างสามประเทศสมาชิก การประชุมดังกล่าวจะเป็นกรอบอนุภูมิภาคเพื่อการเร่งพัฒนาความร่วมมือ
ทางเศรษฐกิจและการบูรณาการระหว่างประเทศสมาชิกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน
พลโทวีรชนกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ขอให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม
เพื่อเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดระนอง จังหวัดภูเก็ต กับเกาะปีนังของมาเลเซีย จังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซีย การให้บริการเรือสำราญและคลังเก็บสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ รวมทั้งเร่งการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลกซึ่งไหลผ่านพรมแดนไทยและมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้า
ระหว่างสองประเทศอีกด้วย
นายกฯ ยังเห็นว่าควรเร่งการพัฒนาเขตสามเหลี่ยมในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ส่วนประเด็นการขนส่งทางอากาศ นายกฯ มีความเห็นว่าประเทศสมาชิกควรมองหาโอกาสและความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าอากาศยานแห่งใหม่ หรือขยายท่าอากาศระหว่างประเทศที่มีอยู่ก่อนแล้วให้รองรับ
ความต้องการของผู้โดยสาร เนื่องจากคาดการณ์ได้ว่าปริมาณผู้โดยสารระหว่างประเทศเป็นประจำจะมีมากขึ้นหลังการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนสมบูรณ์แล้ว และควรศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยง
ทางอากาศระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
นายกฯ ยังได้เสนอแนะการจัดตั้งเครือข่ายการคมนาคมและขนส่ง รวมทั้งศูนย์กระจายสินค้าอีกด้วย ซึ่งในช่วงต้นของการแถลง นายกฯ ได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จของการดำเนินงานร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งประกอบไปด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย แม้ว่าจะยังมีงานอีกหลายประเด็นที่ยังไม่แล้วเสร็จ และต้องดำเนินต่อไปเพื่ออนาคตของประเทศสมาชิก แต่ก็เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความพยายามของทุกฝ่าย
จะทำให้งานสำเร็จลงไปได้ด้วยดีตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
นายกฯ ย้ำถึงความสำคัญของการอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมพื้นฐาน เพื่อใช้โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และที่ประชุมได้สนับสนุนให้ประเทศสมาชิกลงนามในความ
ตกลงด้านการขนส่งโดยรถโดยสารระหว่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
และภาครัฐ ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้เน้นย้ำถึงประโยชน์ที่ประเทศสมาชิกจะได้รับจากการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล