ภาพจาก: asean.org

               การประชุมคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมว่าด้วยเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามพรมแดน ครั้งที่ ๒๐ จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยมีรัฐมนตรีและผู้แทนด้านสิ่งแวดล้อม ที่ดิน ไฟป่า และฝุ่นควันจากประเทศบรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย รวมถึงเลขาธิการอาเซียนเข้าร่วมประชุม ในการนี้คณะทำงานฯ ได้รับทราบรายงานจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาอาเซียน (ASEAN Specialised Meteorological Centre: ASMC) โดยมีการรายงานว่าช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ทางตอนใต้ของภูมิภาคมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาหมอกควันขึ้นได้จากการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ที่ประชุมฯ จึงได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะเพิ่มความพยายามในการป้องกันหมอกควันเพื่อลดปัญหามลพิษข้ามพรมแดนในช่วงฤดูแล้ง  
               นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ได้รับทราบถึงการดำเนินงานของศูนย์อุตุนิยมวิทยาอาเซียน (ASMC) ในการปรับปรุงการเฝ้าระวังและการเตือนภัยปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนล่วงหน้า และได้กล่าวถึงความริเริ่มของศูนย์ฯ ในโครงการสร้างศักยภาพภายในภูมิภาคเป็นระยะเวลา ๕ ปี โดยดำเนินการผ่านการแบ่งปันความรู้และทักษะด้านเทคนิคในการตรวจสอบหมอกควัน การพยากรณ์อากาศ และสภาพภูมิอากาศ  อย่างไรก็ดี คณะทำงานฯ ได้รับทราบผลการดำเนินงานของประเทศสมาชิกในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน และประเทศสมาชิกได้ยืนยันความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการใช้ทรัพยากรทางเทคนิคเพื่อช่วยเหลือด้านการดับเพลิงในภาวะฉุกเฉินเมื่อมีการร้องขอรวมถึงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อลดปัญหาการเกิดไฟป่า
           ภายใต้การประชุมครั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้กล่าวถึงแนวทางของผู้นำอาเซียนในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ ๓๑ และครั้งที่ ๓๒ เพื่อมุ่งสู่ความร่วมมือระดับภูมิภาคในการควบคุมมลพิษจากปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน โดยที่ประชุมฯ กล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามพรมแดน (the ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution: AATHP) และแผนงานความร่วมมืออาเซียนเพื่อการควบคุมมลพิษจากหมอกควันข้ามพรมแดน เพื่อให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่ปลอดจากหมอกควันภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๓  นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบถึงความคืบหน้าของข้อตกลงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอาเซียนสำหรับปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการควบคุมมลพิษ (ASEAN Coordinating Centre for Transboundary Haze Pollution Control: ACC THPC) ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยคณะทำงานฯ ยินดีที่จะดำเนินการตามแผนงานอย่างต่อเนื่องและทบทวนการดำเนินงานตามแผนงานเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของอาเซียน
                สำหรับความก้าวหน้าของความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ที่ประชุมฯ ได้รับทราบถึงการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การจัดการพื้นที่ป่าพรุของอาเซียน พ.ศ. ๒๕๔๙ - ๒๕๖๓ (ASEAN Peatland Management Strategy (APMS 2006-2020: APMS 2006-2020) ในโครงการของอาเซียนด้านการจัดการอย่างยั่งยืนในพื้นที่ป่าพรุ พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๓ (ASEAN Programme on Sustainable Management of Peatland Ecosystems: APSMPE 2014-2020) นอกจากนี้ได้แสดงความขอบคุณการสนับสนุนจากคณะเจรจาอาเซียนด้านการพัฒนา และได้เน้นย้ำถึงข้อตกลงทางการเงินสำหรับโครงการของอาเซียนกับสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากโครงการการใช้ป่าพรุอย่างยั่งยืนและการบรรเทาหมอกควันในอาเซียน (Sustainable Use of Peatland and Haze Mitigation in ASEAN: SUPA) ซึ่งได้มีการลงนามไปเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙  ทั้งนี้ คณะทำงานฯ มีความคาดหวังให้มีการลงนามในข้อตกลงการให้กู้ยืมของแผนปฏิบัติการ สำหรับการจัดการพื้นที่ที่ปราศจากหมอกควันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Measurable Action for Haze-Free Sustainable Land Management in Southeast Asia: MAHFSA) ซึ่งเป็นความร่วมมือที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาการเกษตร (International Fund for Agricultural Development: IFAD) รวมถึงคาดหวังที่จะให้เกิดการทำงานร่วมกันภายใต้โครงการของอาเซียนด้านการจัดการอย่างยั่งยืนในพื้นที่ป่าพรุผ่านกลไกของอาเซียนอีกด้วย


แปลและเรียบเรียงจาก: http://asean.org/20th-meeting-sub-regional-ministerial-steering-committee-transboundary-haze-pollution/