โดยที่มาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการพ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐรับคนพิการเข้าทำงานตามลักษณะของงานในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงาน และจำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ใช้บังคับแล้ว โดยกำหนดจำนวนที่จะต้องรับคนพิการ ในสัดส่วนผู้ปฏิบัติงานหรือลูกจ้าง ๑๐๐ คน ต่อคนพิการ ๑ คน แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า คนพิการที่มีงานทำหรือได้รับการจ้างงานยังมีน้อย มีสถานประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการน้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของจำนวนคนพิการที่สถานประกอบการจะต้องรับคนพิการเข้าทำงาน  ดังนั้น สมควรมีการแก้ไขกฎหมายให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ของสังคมในปัจจุบัน และการสร้างเสริมอาวุธในด้านวิชาความรู้และความสามารถให้กับคนพิการ และให้มีการจัดตั้งสถาบันฝึกอาชีพคนพิการ เพื่อช่วยให้คนพิการมีงานทำมากขึ้น


ดาวน์โหลดบทความฉบับเต็ม: 
การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ศึกษากรณีกฎหมายบัญญัติให้นายจ้างหรือหน่วยงานของรัฐรับคนพิการเข้าทำงาน.pdf