โดยที่ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบางแห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหามงกุฎราชวิทยาลัย ซึ่งตามกฎหมายจัดตั้งมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ทั้งสองแห่งดังกล่าวได้กำหนดให้มีมหาวิทยาลัยมีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา วิจัย ส่งเสริม และให้บริการทางวิชาการในด้านพระพุทธศาสนา สำหรับรายได้ของมหาวิทยาลัยในส่วนที่เป็นทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย หากเป็นกรณีอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือซื้อด้วยเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย หรือแลกเปลี่ยนกับทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยแล้ว กรณีต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อพิจารณามาตรา ๕๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ จะกำหนดให้บรรดาอสังริมทรัพย์ที่สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคลได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของสถานศึกษาไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสถานศึกษา ดังนั้น ที่ดินของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐทั้งสองแห่งซึ่งได้รับมาจากการอุทิศให้ จึงไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ แต่เป็นที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยดังกล่าว ต่อมาหากมหาวิทยาลัย จะดำเนินการจำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการอุทิศให้ดังกล่าวข้างต้น กฎหมายจัดตั้งมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐทั้งสองแห่งดังกล่าวได้กำหนดให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจดาเนินการจำหน่าย หรือแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการอุทิศให้ได้ โดยต้องมีวัตถุประสงค์ให้จำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนได้ด้วย อย่างไรก็ดี กฎหมายจัดตั้งมหาวิทยาลัยบางแห่งอาจเพิ่มขั้นตอนโดยกำหนดให้ต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติของสภามหาวิทยาลัยเสียก่อน


ดาวน์โหลดบทความฉบับเต็ม: 
ปัญหาเชิงรูปแบบการตรากฎหมายว่าด้วยการขายหรือจำหน่ายที่ดินที่มีผุ้อุทิศให้ของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่มีวัตถุประสงค์ด้านพระพุทธศาสนา.pdf