บทความนี้เป็นกรณีศึกษาสืบเนื่องมาจากกรณีศึกษาสถานการณ์และปัญหายาเสพติดในอาเซียน พ.ศ. ๒๕๖๐[1] ที่พบว่า แม้ประเทศสมาชิกอาเซียนจะเพิ่มความพยายามในการลดปริมาณการผลิต การค้า และการใช้ยาเสพติดในประเทศและในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณยาเสพติด ที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจยึด และจำนวนผู้ค้าและผู้ผลิตยาเสพติด  ตลอดจนอัตราเฉลี่ยของผู้เข้ารับการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดในอาเซียนยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้น  ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศสมาชิกอาเซียนต่างมีเส้นทางการคมนาคมที่เชื่อมโยงถึงกัน ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ และด้วยความพยายามของอาเซียนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและส่งเสริมความเชื่อมโยงอาเซียนในด้านต่าง ๆ ทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนมีการเชื่อมโยงถึงกันมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการค้า การลงทุน การศึกษา และการท่องเที่ยว ฯลฯ ที่มีความสะดวกสบายมากขึ้น  ในขณะที่ยังมีคนหรือกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่อาศัยประโยชน์จากพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของอาเซียนที่เกิดขึ้นนี้เป็นช่องทางที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบผลิต ขนย้ายลำเลียง และค้ายาเสพติด ทั้งภายในประเทศและข้ามพรมแดน


                                  อ่านต่อ : ดาวน์โหลดบทความ
 
                                 [1] อรพรรณ แซ่เอี้ยว, “สถานการณ์และแนวทางในการแก้ปัญหายาเสพติดอาเซียน : ประเทศไทย, ” ฝ่ายอาเซียนและกิจการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, ๒๕๖๑, หน้า ๒ - ๕.