สถาบันอาเซียนเพื่อสันติภาพและความสมานฉันท์

สถาบันอาเซียนเพื่อสันติภาพและความสมานฉันท์

( Article )

                                     บทความนี้เป็นการศึกษาความเป็นมาและสาระสำคัญของสถาบันอาเซียนเพื่อสันติภาพและความสมานฉันท์ (ASEAN Institute for Peace and Reconciliation: AIPR) ซึ่งเป็นองคภาวะหนึ่งของอาเซียนที่จะมีบทบาทสำคัญด้านสันติภาพและความสมานฉันท์ภายใต้กฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter)เนื่องจากเล็งเห็นว่าการที่จะสร้างประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนที่มีความเป็นเอกภาพ สงบสุข และมีความแข็งแกร่งได้นั้น นอกจากจะต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศสมาชิกอาเซียนผ่านมาตรการทางกฎหมายและมาตรการทางบริหารแล้ว การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ  ซึ่งกันและกัน และการป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศสมาชิกโดยสันติและปรองดองกัน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญยิ่ง ที่จะทำให้อาเซียนบรรลุวัตถุประสงค์ของแผนงานประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-security Community Blueprint: APSC) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
รายชื่อความตกลงอาเซียน (ฉบับแปล) ที่สืบค้นได้
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกับมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกับมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี

( ASEAN Economic Community )

                   บทความนี้มีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการที่มิใช่ภาษี (NTMs) และมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (NTBs) ตลอดจนนัยสำคัญของการใช้มาตรการดังกล่าวที่ส่งผลกระทบต่อการรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อเป็นข้อมูลในการศึกษาวิจัยอย่างละเอียดต่อไป 
สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “มาตรการทางกฎหมายเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ของประเทศญี่ปุ่น”

สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “มาตรการทางกฎหมายเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ของประเทศญี่ปุ่น”

( Article )

สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “มาตรการทางกฎหมายเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ของประเทศญี่ปุ่น”
จาก Pivot to Asia สู่ America First นัยสำคัญต่อภูมิภาคเอเชียและอาเซียน : กรณีสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans - Pacific Partnership: TPP)

จาก Pivot to Asia สู่ America First นัยสำคัญต่อภูมิภาคเอเชียและอาเซียน : กรณีสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans - Pacific Partnership: TPP)

( ASEAN Economic Community )

                  บทความฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่ออภิปรายการดำเนินนโยบายหรือยุทธศาสตร์ทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคเอเชียและอาเซียน โดยจะแสดงให้เห็นถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการผลักดันข้อตกลง TPP ในสมัยของโอบามาและนัยสำคัญต่อภูมิภาคเอเชียและอาเซียน รวมถึงนัยสำคัญอื่นที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการที่สหรัฐฯ ประกาศถอนตัวออกจากความตกลง TPP
ระบบใบอนุญาตขายสุราของประเทศอังกฤษ

ระบบใบอนุญาตขายสุราของประเทศอังกฤษ

( article )

                  โดยที่สหราชอาณาจักร (United Kingdom) ประกอบด้วยดินแดน ๔ ส่วน คือ อังกฤษ เวลส์ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งแต่ละดินแดนต่างก็มีกฎหมายเกี่ยวกับการอนุญาตขายสุราของตนเอง ในบทความนี้จะกล่าวถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระบบใบอนุญาตขายสุราของประเทศอังกฤษ ซึ่งมีกฎหมายที่บังคับใช้ คือ The Licensing Act ๒๐๐๓ โดยมีการนามาใช้บังคับกับเวลส์ด้วย สาหรับวัตถุประสงค์ในการออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อควบคุมการขายสุราโดยการใช้ระบบใบอนุญาตป้องกันมิให้เกิดอาชญากรรมและความไม่สงบ ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ป้องกันมิให้เกิดความเดือดร้อนราคาญแก่ประชาชน และปกป้องเยาวชนจากเหตุร้ายที่เกิดขึ้นจาก ผู้ดื่มสุรา ซึ่งเมื่อพิจารณาวัตถุประสงค์ของกฎหมายการขายสุราของประเทศอังกฤษจะเห็นได้ว่า การออกกฎหมายควบคุมการขายสุราในประเทศอังกฤษก็เพื่อที่จะปกป้องและคุ้มครองให้สังคมเกิดความสงบสุข เพราะการดื่มสุราเป็นปัจจัยหนึ่งในการกระตุ้นให้เกิดการก่ออาชญากรรมอันเป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งก่อให้เกิดความเดือดร้อนราคาญแก่บุคคลอื่นในสังคม



                   * บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียน เว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙

( article )

                     พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙ ฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยผู้อ่านในการทำความเข้าใจกฎหมายและเป็นข้อมูลประกอบในการบังคับใช้กฎหมาย โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมีหลักการเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อกำหนดมาตรการในคุ้มครองป้องกันและบำรุงรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและกำหนดให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติประจำจังหวัด เพื่อกำหนดมาตรการที่จำเป็นในการควบคุม ดูแล การส่งเสริม การปลูกป่า และการฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติ และกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อเสนอแนะมาตรการและแนวทางในการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ รวมทั้งได้กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่ได้มาหรือได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้ในการกระทำความผิด และปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับบทกำหนดโทษ อัตราค่าธรรมเนียม ค่าภาคหลวง และค่าบำรุงป่าให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน


                     
* บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียน เว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
การบริหารจัดการน้ำของประเทศฝรั่งเศส

การบริหารจัดการน้ำของประเทศฝรั่งเศส

( article )

                     ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ลำดับที่ ๔๑ ของโลก มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปยุโรปและพื้นที่อื่นอยู่ในหลายทวีป โดยมีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ ๖๗๐,๙๒๒ ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ในยุโรป ๕๔๗,๐๓๐ ตารางกิโลเมตร มีทางน้ำยาวมากกว่า ๕๒๕,๐๐๐ กิโลเมตร โดยเป็นแม่น้ำสายหลัก ๔ สาย ได้แก่ แม่น้ำลัวร์ (Loire) แม่น้ำแซนน์ (Seine) แม่น้ำการอนน์ (Garonne) และแม่น้ำโรนน์ (Rhône) ทั้งนี้ ไม่นับแม่น้ำไรน์ (Rhin) ที่มีส่วนสำคัญกับยุโรปแต่มีความสำคัญกับฝรั่งเศสไม่มากเท่าแม่น้ำหลัก ๔ สายดังกล่าว โดยลุ่มน้ำ๓ของแม่น้ำ ๔ สายหลักข้างต้นครอบคลุมพื้นที่ถึงร้อยละ ๖๒ ของฝรั่งเศสภาคพื้นทวีป  นอกจากนี้ยังมีแอ่งน้ำหรือแหล่งน้ำต่าง ๆ มากกว่า ๓๔,๐๐๐ แห่ง และมีพื้นที่ทะเลอาณาเขตในสามมหาสมุทรมากกว่า ๑๐ ล้านตารางกิโลเมตร 
                     นอกจากประเทศฝรั่งเศสจะให้ความสำคัญกับน้ำในฐานะเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นในการบริโภคอุปโภคและการใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องมีการดูแลคุณภาพของน้ำเพื่อให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแง่ของทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังให้ความสำคัญในการจัดการน้ำในฐานะของภัยพิบัติ (le risqué majeur) อีกด้วย เนื่องจากมีปัญหาอุทกภัยบ่อยครั้งแต่ละครั้งซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมากทำให้การบริหารจัดการจึงมีการดำเนินการในสองรูปแบบ ดังนั้น ในการศึกษานี้จะได้ศึกษาเป็น ๒ ส่วน คือ ในส่วนการบริหารจัดการน้ำในมิติที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติและในมิติที่เป็นภัยคุกคาม


                     * บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียน เว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
การบริหารจัดการน้ำของต่างประเทศและข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทย

การบริหารจัดการน้ำของต่างประเทศและข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทย

( article )

                      บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย 
รูปแบบการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรปิโตรเลียม

รูปแบบการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรปิโตรเลียม

( article )

                     โดยที่ระบบการให้สิทธิในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เป็นระบบการให้สัมปทานเพียงอย่างเดียว เป็นการกำหนดให้รัฐสามารถพิจารณานาระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตหรือระบบสัญญาจ้างบริการมาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียมได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๓๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๐) จึงสมควรศึกษาเทียบเคียงรูปแบบการแสวงหาประโยชน์จากปิโตรเลียมของแต่ละรัฐ
                    ปัจจุบันรูปแบบการแสวงหาประโยชน์จากปิโตรเลียมของรัฐที่มีปิโตรเลียมในอาณาเขตของตนเกิดจากการที่รัฐทาความตกลงกับเอกชนเพื่อให้มีการนาปิโตรเลียมที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ โดยแบ่งรูปแบบการทำความตกลงได้เป็นสัญญา ๓ ประเภท คือ สัญญาสัมปทาน สัญญาแบ่งปันผลผลิต และสัญญาจ้างบริการ ซึ่งสัญญาแต่ละประเภทจะมีลักษณะพื้นฐานที่แตกต่างกัน ตามชื่อสัญญาที่จะส่งผลถึงกรรมสิทธิ์ในปิโตรเลียมและการแบ่งปันผลประโยชน์ของคู่สัญญาที่แตกต่างกันเท่านั้น ส่วนรายละเอียดของข้อกำหนดและเงื่อนไขที่คู่สัญญาต้องปฏิบัติตาม จะมีลักษณะใกล้เคียงกันทั้งหมด ทั้งนี้ สาระสาคัญของสัญญาทั้ง ๓ ประเภท...


                             บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย 
ร่างกฎหมายนิวเคลียร์ตามหลักสูตรที่จัดโดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ

ร่างกฎหมายนิวเคลียร์ตามหลักสูตรที่จัดโดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ

( article )


                             บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย 
กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชของสหรัฐอเมริกา

กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชของสหรัฐอเมริกา

( article )

                    มาตรการให้ความคุ้มครองแก่ผู้ทรงสิทธิพันธุ์พืชใหม่ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดนวัตกรรมใหม่ด้านการเกษตรและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังจะเห็นได้จากฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ใช้ระบบการจดทะเบียนในการคุ้มครองสิทธิของผู้ทรงสิทธิ โดยใช้หลักเกณฑ์เรื่องความใหม่ (new) ประกอบกับปัจจัยด้านความโดดเด่น (distinct) ความสม่ำเสมอ (uniform) และความคงที่ (stable) ของสายพันธุ์มาเป็นข้อพิจารณาในการให้ความคุ้มครองด้านต่าง ๆ


บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย